พฤหัสบดี, 20 กรกฏาคม 2017
Home





ขั้นตอนการศึกษาอภิปรัชญาจีน

การศึกษาอภิปรัชญาจีน อาจจะเริ่มจากการค้นคว้าอ่านตามหนังสือที่มีวางจำหน่ายทั่วไป การฟังจากเพื่อน และ คนที่พอมีความรู้ การสมัครเข้าไปศึกษาตามสถาบันที่เปิดสอน หรือ การเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งที่ผู้สนใจคาดหวังก็คือ หวังว่าจะได้รับความรู้ที่แท้จริงจากแหล่งข้อมูลดังกล่าว และ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ฉะนั้น สิ่งแรกที่ผู้สนใจศึกษาศาสตร์อภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน ควรต้องทราบซึ่งเป็น 10 กฏเหล็ก คือ

[1] การหาความรู้ คำชี้แนะ จากผู้รู้จริง และ มีประสบการณ์จริง 

ในปัจจุบัน มีสถาบันหรือชมรมที่เปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาฮวงจุ้ยมากมาย อีกทั้งยังมีหนังสือที่วางขายตามท้องตลาดนับจำนวนเล่มไม่ได้ แต่จะมีสักกี่ที่หรือกี่คนที่เข้าตามกฏของหลักวิชาแท้จริง คือ เมื่อผู้ศึกษา ศึกษาข้อมูลไปแล้วสามารถนำไปใช้งานได้จริง หลายๆ ชมรม หลายสถาบัน หลายๆ แห่ง ต่างพากันอวดอ้างว่า ตนเป็นผู้ได้เรียนรู้ และ ศึกษามามาก มีการเขียนประวัติอย่างสวยหรูเลิศเลอว่า ตนรู้หลักวิชาต่างๆ นั้น ตนเป็นผู้สำเร็จครบถ้วน แต่ในทางปฏิบัติแล้วกลับไม่สามารถใช้งานได้จริง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่า ผู้อวดอ้างนั้นสร้างข้อมูลที่เป็นเท็จขึ้นมา เพื่อล่อลวงผู้สนใจ หากท่านสืบค้นข้อมูลได้จากเว็บไซต์ใดๆ ก็ตาม พึงทราบว่า ต้องพิจารณาว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด สิ่งแรกไม่ใช่การแสดงตัวของผู้สอนแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เว็บไซต์ดังกล่าวควรมีการให้ความรู้ อาจเขียนออกมาในลักษณะของบทความต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงภูมิความรู้ของผู้สอน ลักษณะแง่มุม ความคิด แนวทางของการศึกษา ผู้สนใจควรทราบว่า การหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตมีทั้งข้อมูลที่เป็นเท็จ และ ข้อมูลที่เป็นจริง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ ฉะนั้น ความรู้ต่างๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์จะเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจในเบื้องต้นว่า "ของจริง" หรือ "ของปลอม"

[2] การมีครูบาอาจารย์ที่แท้จริง รู้จริง และ มีประสบการณ์จริง

ผู้สนใจทุกคนล้วนแต่ต้องการศึกษาจากผู้รู้จริง และ มีประสบการณ์จริงทั้งสิ้น ไม่ว่าในกรณีใดๆ พยายามอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่พยายามอวดอ้างสรรพคุณ และ เติมแต่งสีสัน การสร้างภาพให้มีความน่าเชื่อถือของบุคคลบางพวก เป็นสิ่งที่ผู้สนใจไม่สามารถรู้ได้ ฉะนั้น วิธีการที่จะทำให้ผู้สนใจทราบได้ว่า อาจารย์ท่านใดมีความรู้ความสามารถจริงหรือไม่? ก็คือ จะต้องสืบค้นจากผู้ที่ศึกษามาก่อน บางท่านได้สืบค้น พยายามแสวงหา ลองผิดลองถูก ใช้ระยะเวลาหลายปี สิ้นเงินทองเป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้หลงทางเสียเวลา ฉะนั้น การเก็บข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการตัดสินใจ จะทำให้ผู้สนใจไม่ก้าวพลาดในก้าวแรก

[3] พึงทราบว่า หลักวิชาโบราณดังกล่าวมีการสืบทอดกันมามากกว่า 5000 ปี

หลักวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน ถูกสืบทอดกันมามากกว่า 5000 ปี จากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง และ ข้อมูลหลักการในวิชาล้วนมีเหตุมีผล เนื้อหารายละเอียดของวิชามีมากมาย ไม่สามารถจะศึกษาให้จบได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ฉะนั้น หากมีผู้กล่าวอ้างว่า ผู้สนใจสามารถศึกษาให้จบหลักสูตรได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน โดยใช้ระยะเวลาแค่วันละ 5 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับ 15 ชั่วโมงนั้น หมายความว่า ท่านกำลังจะได้รับข้อมูลการศึกษาที่เป็นกากของวิชา มิใช่แก่นของวิชา เพราะไม่ว่าผู้สอนจะพยายามสรุปบีบอัดข้อมูลให้แน่นขนาดใดก็ตาม ก็ไม่สามารถทำให้ผู้สนใจศึกษาวิชาที่แท้จริงให้จบลงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น สำหรับวิชาชั้นสูงแท้จริงประกอบด้วยรายละเอียด และ หลักการจำนวนมาก วิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน ไม่สามารถศึกษาให้จบได้ภายในระยะเวลาอันสั้น สิ่งที่ผู้สนใจเคยเข้าใจว่า การเข้าศึกษาโดยใช้ระยะเวลา 3 วัน วันละ 5 ชั่วโมง จะทำให้ผู้สนใจศึกษารู้ลึก และ รู้จริง เป็นเพียงจุดขายที่สถาบันหรือชมรมบางชมรมพยายามล่อลวง และ หากให้ผู้สอนในสถาบันหรือชมรมนั้นๆ สอน โดยใช้ระยะเวลามากกว่านั้น ผู้สอนเองก็คงไม่สามารถสอนได้ เพราะไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจ และ ไม่รู้ถึงรายละเอียดอันแท้จริงของหลักวิชาชั้นสูง และ ผู้ศึกษาควรต้องใช้ความอดทน และ ความมุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อหวังที่จะเข้าถึงหลักวิชาดังกล่าว การศึกษาด้วยความรีบร้อน ขาดความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานวิชาที่ถูกต้อง จะเกิดผลเสียในการศึกษาในขั้นสูงต่อไป

[4] หลักวิชาทุกอย่างล้วนมี "เหตุ" และ "ผล" ในตัวของมันเอง

หากผู้ใดก็ตามที่ได้เคยไปศึกษาจากสถาบันบางสถาบันและชมรมบางชมรม มักได้ยินคำพูดที่ว่า "หลักการนี้ใช้งานไม่ได้จริง หลักการนี้ล้าสมัย หลักการนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว" ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นข้ออ้างของผู้ไม่มีความรู้อย่างแท้จริง เนื่องจากหลักวิชาโบราณที่สืบทอดกันมานั้น มีความละเอียดลึกซึ้ง มีหลักการที่สอดคล้องลงตัวอย่างอัศจรรย์ ทุกหลักการล้วนสามารถใช้งานได้จริง ไม่มีผู้ใดสามารถยกเลิกได้ เพราะเมื่อหลักการถูกใช้งานและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นไม่ต่ำกว่า 5000 ปี หลักการทุกหลักการล้วนตกผลึก และ ผ่านการรับรองผลด้วยหลักวิชาของตัวมันเองทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดสามารถนำเอาเหตุผลส่วนตัวไปหักล้างกระบวนการทางทฤษฎี และ ทางปฏิบัติของหลักวิชานั้นๆ ได้ หลักวิชาการดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต้องให้ผู้ใดไปทำการวิจัย หรือ ทดลอง หรือ ต่อยอด เนื่องจาก หลักวิชาดังกล่าวมีความเพรียบพร้อมสมบูรณ์ และ สามารถใช้งานได้จริงทั้งสิ้น หากหลักวิชามีข้อบกพร่อง และ ใช้ไม่ได้จริงแล้ว ไฉนจึงมีการสืบทอด และ เกิดความเชื่อถือ มานานถึง 5000 กว่าปี ฉะนั้น คำกล่าวที่ว่า "หลักการนี้ใช้ไม่ได้ หลักการนี้ล้าสมัย หลักการนี้ถูกยกเลิกไป" จึงเป็นเพียงคำอ้างของผู้นั้นเพราะความไม่เข้าใจ และ รู้ถึงรายละเอียดของหลักวิชาเท่านั้นเอง ฉะนั้น วิธีการทดสอบว่า ผู้สอนมีความรู้ ความเข้าใจ หรือ มีวิชาความรู้ที่แท้จริงหรือไม่ คือ การยกตัวอย่างขึ้นมาสอบถามผู้สอนในส่วนของวิชาที่เรียนนั้น แล้วให้ผู้สอนอธิบายชี้แจงวิธีการ และ ลำดับการใช้งานตามตัวอย่างที่ผู้สนใจเกิดความสงสัยตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น หากผู้สนใจเข้าศึกษาวิชาฤกษ์ยาม ต้องให้ผู้สอนลองหาฤกษ์ยามตามระบบวิชาที่กำลังศึกษา โดยให้ได้ตามกฏ และ ข้อบังคับ ที่ผู้สอนวางไว้ทั้งสิ้น สำหรับตัวอย่างนั้น ผู้สนใจที่เข้าศึกษาต้องเป็นผู้ยกตัวอย่างให้ (ห้ามมิให้ผู้สอนยกตัวอย่างขึ้นมาเอง) หากผู้สนใจทำเช่นนี้ได้ จะทราบว่า ผู้สอนมีความรู้ความสามารถแท้จริงหรือไม่ แต่ถ้าผู้สอนหลีกเลี่ยง หรือ เบี่ยงเบนออกนอกประเด็น หรือ ไม่สามารถทำตัวอย่างที่ผู้สนใจศึกษายกให้ หมายความว่า ผู้สอนนั้นขาดความรู้ความเข้าใจในวิชาที่สอนอย่างแท้จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเมื่อผู้ศึกษานำไปใช้งานจริง จึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน

[5] วิทยาศาสตร์ และ ฮวงจุ้ย

ในสมัยปัจจุบัน trend วิทยาศาสตร์ มักถูกยกขึ้นมาอวดอ้างว่า ทุกสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ล้วนเป็นของจริง แต่สิ่งใดก็ตามที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้กลับกลายเป็นของที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ จึงทำให้มีบางชมรมหรือบางสถาบัน พยายามใช้ข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ มาอวดอ้างว่า หลักการทางวิชาฮวงจุ้ยสามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในข้อนี้เอง ผู้สนใจศึกษาต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วิชาฮวงจุ้ย คือ วิชาที่อธิบาย และ ไขความลับ ในการนำเอาพลังงานที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาใช้งาน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของมนุษย์ ทำให้เราเข้าใจพลังงานธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เอง กลับพยายามอธิบายความเป็นไปของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถอธิบายความเป็นไป และ ความลับของธรรมชาติได้ทุกเรื่อง จึงควรทราบว่า แท้จริงแล้ว หลักการทางวิทยาศาสตร์..พยายามจะอธิบายฮวงจุ้ย ฮวงจุ้ย..ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ผู้สนใจศึกษาอย่าหลงประเด็นเป็นอันขาด มิเช่นนั้นอาจหลงทางก็เป็นได้

[6] อาจารย์ที่แท้จริง มักสนใจว่า ศิษย์ของตนจะได้อะไร? ไม่ใช่ว่า เขาจะได้อะไร?

คำว่า "อาจารย์" หรือ "ครู (คุรุ)" คือ ผู้ชี้แนะแนวทาง ผู้ให้ความรู้ แก่ผู้เป็นศิษย์ของตน คุณธรรม และ วิญญาณแห่งความเป็นครูบาอาจารย์ ย่อมส่อแววฉายแสงออกมาจากตัวตนของบุคคลผู้นั้น รังสีแห่งความเป็นครูบาอาจารย์ ผู้ที่ไม่มีใจมืดบอดย่อมสามารถสัมผัสได้ ฉะนั้น อาจารย์/ครู ที่ดี ย่อมมักให้ความสำคัญ และ สนใจว่า ผู้ศึกษากับตนนั้น ได้รับข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องตามที่ตนได้อบรมสั่งสอนหรือไม่ และ ชี้แจงไขข้อสงสัยให้กับศิษย์ได้ ไม่ว่าศิษย์ของตนจะยากดีมีจน สูงต่ำดำขาว อาจารย์ที่ดี..ย่อมชี้แจงข้อสงสัยแก่ศิษย์ เมื่อศิษย์มีข้อสงสัย และ คำตอบอันนั้นต้องทำความกระจ่างแจ้งแก่ศิษย์ มิใช่คำตอบที่อธิบายข้างๆ คูๆ ที่ทำให้ศิษย์ของตนสามารถตั้งคำถามใหม่ขึ้นมาหักล้างได้ แต่หน้าที่ของครูบาอาจารย์ คือ ผู้ชี้แจง อธิบาย เหตุ และ ผล ที่ไปที่มาที่ถูกต้อง และ ตอบข้อซักถามที่ศิษย์ของตนสงสัยให้สิ้นไป และ การให้คำตอบที่กระจ่างแจ้งไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงิน หรือ ผลตอบแทน แต่การให้คำตอบเพราะตัวผู้ตอบ คือ อาจารย์ของผู้ที่ถาม เมื่ออาจารย์ไม่ตอบแล้วจะให้ศิษย์ไปถามผู้ใด เมื่อใดก็ตามที่ผู้สนใจสอบถามข้อสงสัยจากอาจารย์ อาจารย์ก็ต้องมีหน้าที่โดยสามัญสำนึกในการรับผิดชอบศิษย์ของตน อธิบายตามลำดับ ชี้แนวทางในข้อที่ศิษย์ของตนเข้าใจผิดพลาด ให้เข้าตามกระบวนการของการให้ความรู้ระหว่างศิษย์และอาจารย์

หากผู้สอนซึ่งเรียกตัวเองว่า อาจารย์ ไม่ตอบข้อสงสัย ซ้ำยังพูดตอกย้ำกลับผู้ศึกษาว่า เพราะคุณไม่มีความรู้พื้นฐาน หรือ ที่คุณเข้าใจ เข้าใจผิดพลาด คุณยังต้องศึกษาอีกมาก ผู้ศึกษาควรถามกลับไปยังอาจารย์ว่า แล้วสิ่งใดเล่าที่ถูกต้อง สิ่งใดเล่าที่ข้าพเจ้ายังเข้าใจผิด อาจารย์ควรชี้แนะข้าพเจ้าในสิ่งนั้น ไม่ใช่การตอกหน้าเพื่อให้เกิดความอับอาย เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นการตอบ หรือ หากเมื่อผู้ศึกษาเกิดคำถาม และ ถามไปยังผู้สอนแล้ว ผู้สอนบอกว่า จะตอบในช่วงท้ายชั่วโมง เมื่อถึงท้ายชั่วโมงนั้น ผู้ถามยังไม่ได้รับการชี้แจงในส่วนที่สงสัย พึงทราบว่า ผู้สอนมีเจตนาจะเลี่ยงการตอบคำถามนั้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้มีความฉ้อฉลในจิตใจ ไม่มีคุณสมบัติเป็นครูบาอาจารย์อย่างแท้จริง ฉะนั้น พึงสังเกตว่า อาจารย์ที่แท้จริง มักจะถามว่า มีผู้ใดสงสัย หรือ ต้องการให้อธิบายสิ่งใดเพิ่มเติมบ้าง (คือ การเปิดให้มีการซักถาม) เมื่อมีการสอนจบในแต่ละหัวข้อ ในแต่ละวิชานั้นๆ

[7] สิ่งที่ผู้สอน พยายามพรีเซ็นต์ และ สิ่งที่ผู้สอนใช้งาน

หากท่านลองสืบค้นข้อมูลจากประวัติผู้สอนหลายๆ สถาบันหรือชมรม ในประวัติของผู้สอนจะเขียนในประวัติของตนว่า ตนเป็นสำเร็จหลักวิชาชั้นสูง เช่น ซำง้วน คี้มึ้งตุ่งกะ ฯลฯ ซึ่งหลักวิชาชั้นสูงดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ผู้ศึกษาต้องลองสืบค้นหาข้อมูลว่า ผู้สอนเองได้ใช้วิชาดังที่ได้กล่าวในประวัติของตนหรือไม่ จากข้อมูลที่เชื่อถือได้ หลายชมรมหรือสถาบันที่มีการเปิดสอนในปัจจุบัน ที่อ้างว่า ตนสำเร็จวิชาชั้นสูง ล้วนใช้เพียงวิชาเฮี่ยงคงปวยแช (ดาว 9 ยุค ของสำนักเฮี่ยงคง) ในการออกไปรับแก้ไขฮวงจุ้ยให้แก่ผู้สนใจ ซึ่งวิชาเฮี่ยงคงปวยแช เป็นแค่วิชาฮวงจุ้ยระดับพื้นๆ เท่านั้น จึงเป็นสิ่งน่าแปลกว่า ทำไม? ในเมื่อในประวัติของตนอ้างว่า สำเร็จวิชาชั้นสูง จึงไม่มีการนำมาใช้งานจริง หรือ เพราะเหตุว่า ตนไม่มีความรู้จริง แต่สิ่งที่เขียนลงในประวัติของตน ก็เพื่อสร้างภาพให้มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น ความจริงข้อนี้ คือ สิ่งที่ผู้สนใจควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะในความเป็นจริงแล้ว การนำหลักวิชาชั้นสูงมาใช้งานล้วนเป็นสิ่งดี สิ่งที่ผู้สนใจควรถามก็คือ เพราะเหตุใดผู้สอนนั้นจึงใช้แค่วิชาเฮี่ยงคงปวยแชเป็นวิชาประจำตัวเท่านั้น? ซึ่งหากอาจารย์นั้นๆ ใช้แค่วิชาเฮี่ยงคงปวยแชเป็นวิชาประจำตัว ท่านก็มีความรู้ความสามารถเทียบเท่าอาจารย์ผู้นั้น เพราะวิชาเฮี่ยงคงปวยแช ในเว็บนี้ได้จัดทำไว้สำหรับผู้สนใจศึกษาแล้ว ผู้สนใจสามารถศึกษาหาความรู้และนำไปใช้งานได้ แต่สำหรับผลนั้นอยู่ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร

[8] เครื่องมือที่ใช้ประกอบการศึกษา

เมื่อเข้าไปศึกษากับสถาบันหรือชมรมใดๆ แล้ว การศึกษาข้อมูลความรู้ความเข้าใจพื้นฐานตามหลักวิชาเบื้องต้น ก่อนเข้าศึกษาจะเป็นผลดีแก่ผู้ศึกษา ไม่ว่าจะซื้อหนังสือที่มีวางขายตามห้างสรรพสินค้า ร้านหนังสือดอกหญ้า นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค ร้านแพร่วิทยา และ หาข้อมูลประกอบโดยอาศัยสื่อทางอินเตอร์เนต จากนั้นจึงเข้าศึกษาจากสถานศึกษาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสถาบันหรือชมรมใดที่ท่านสนใจ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ เนื้อหารายวิชาข้อมูลที่สถาบันหรือชมรมนั้นสอน หากเนื้อหาโดยสรุปที่ได้เรียนแล้วนั้น มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่ท่านได้อ่านมาจากหนังสือ และ การเก็บข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยจงใจ หรือ เจตนา หรือ มีการบิดเบือน เขียนเพิ่มเติมเพื่อมิให้เหมือนต้นฉบับที่มีการลอกเลียนมา แต่ผู้สอนไม่สามารถบอกที่มาที่ไป และ รายละเอียดของหลักวิชาได้ พึงทราบว่า สถาบันหรือชมรมดังกล่าว ไม่มีความน่าเชื่อถือ

สำหรับเครื่องมือที่ใช้งานร่วมกับการศึกษาหลักวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน คือ หล่อแก หรือ เข็มทิศจีน ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะต้องชี้แจงให้ความกระจ่าง และ อธิบายการใช้งานของวงหล่อแกนั้นๆ ว่าวงใด ใช้งานในส่วนใด วงใด มีความสำคัญอย่างไร หล่อแก หรือ เข็มทิศจีน ถูกออกแบบให้ใช้งานร่วมกับวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน มาโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำเอาเครื่องมืออื่นใดๆ มาทดแทนได้ หลักการดังกล่าวถูกใช้งานมานานนับ 5000 ปี ฉะนั้น หากหล่อแกมีความผิดพลาดจริงตามคำอ้างของผู้พยายามอวดอ้างว่า ต้องใช้เครื่องมือชนิดใหม่ในการวัดองศา คำถามที่ย้อนกลับ ก็คือว่า แล้วก่อนหน้านั้น เหตุใดหล่อแกจึงใช้งานได้ ซึ่งก็คงได้รับคำตอบว่า เพราะ ในสมัยปัจจุบัน มีโลหะ และ คลื่นแม่เหล็ก คลื่นไฟฟ้าที่รบกวนการทำงานของหล่อแก ทำให้หล่อแกอ่านค่าองศาผิดพลาด ซึ่งคำตอบนี้ส่อให้ทราบว่า ผู้พูดนั้นไม่มีความเข้าใจ หรือ ไม่รู้ถึงการใช้งาน และ หลักการทำงานของหล่อแก แท้จริงแล้ว หล่อแกสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใช้งานนั้นเข้าใจ และ รู้หลักการใช้งานของหล่อแก มากน้อยเพียงใด จึงมักมีคำพูดที่ว่า ซินแสที่แท้จริง หรือ ผู้ศึกษามาจริง ย่อมสามารถทำนายบุคคล และ เหตุการณ์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างแม่นยำ เมื่อวัดองศาภายนอก แม้ไม่ได้เข้าไปในบ้านนั้นๆ คำทำนายนี้เองจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การวัดองศาผิดพลาดหรือไม่ ในทางกลับกัน หากมีผู้พยายามอ้างว่า ตนใช้เครื่องมืออันอื่น นอกเหนือจากหล่อแกมาใช้งาน และ สามารถอ่านค่าจากการวัดองศาได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ได้ถูกต้อง คำถามที่เกิดขึ้นต่อมาก็คือ แล้วสิ่งใดที่เป็นเครื่องยืนยันหรือตรวจสอบว่า การวัดองศาจากเครื่องมือนั้นได้องศาที่แม่นยำจริงกว่าการใช้หล่อแก และ ไม่เกิดความผิดพลาดเลย หรือ จะเป็นเพียงคำกล่าวอ้างข้างๆ คูๆ เท่านั้น ซึ่งผู้ศึกษาควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งมีความชำนาญในการเขียนคำโฆษณาล่อลวงผู้สนใจ

[9] หลักวิชาย่อมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ผู้สนใจพึงทราบว่า หลักวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน นั้นย่อมมีระบบที่ลงตัว สอดคล้อง และ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่สามารถนำมาใช้ผสมหรือข้ามสายวิชาได้ เช่น

วิชาซำง้วน 64 ข่วย คือ ระบบวิชาข่วย ประกอบด้วยสัญลักษณ์ข่วย 6 เส้น จะมีระบบ ฟ้า ดิน คน เป็นของตนเอง อันได้แก่

- ระบบตั้งดวงข่วย คือ การใช้เส้นง้าวของข่วย ในการทำนาย ประกอบด้วย ปี เดือน วัน ยาม และ การเดินวัยจร วัยจร สามารถใช้ทำนายบุคคล และ คำนวณหาทิศทาง คือ ระบบคน
- ระบบฮวงจุ้ย 64 ทิศทาง ซึ่งใช้ระบบข่วย และ มีการแตกง้าวย่อยของแต่ละข่วย คือ การต่งง้าวออกไปเป็นจำนวน 11 ง้าว เป็นเครื่องพิจารณาในการคำนวณหาทิศทาง กระแสพลังงานสูงสุด คือ ระบบดิน
- ระบบฤกษ์ยามข่วย โดยแทนช่วงระยะเวลาด้วยเส้นข่วย อันประกอบด้วย ปี เดือน วัน ยาม เพื่อให้สอดคล้องกับระบบฮวงจุ้ย และ ระบบดวงบุคคลในวิชาซำง้วน คือ ระบบฟ้า
- ระบบวิชาชัยภูมิของวิชาซำง้วน คือ ระบบที่เหนี่ยวนำเอาพลังงานทั้ง ระบบ ฟ้า ดิน คน ให้รวมตัวปฏิสนธิกัน ซึ่งต้องประกอบด้วย ระบบทางเดินน้ำเข้า-ออกตัวอาคาร ระบบการวางตำแหน่ง กระตุ้นน้ำ และ การจัดวางของชัยภูมิทั้งภายในและภายนอกบ้าน/อาคาร ทุกตำแหน่ง เช่น สวน ทางเดิน ลานโล่ง ฯลฯ ภายในจะได้แก่ ประตูหน้าบ้าน หลังบ้าน ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก ฯลฯ


[10] ทั้งหมด 9 ข้อที่ผ่านมา รวมกลับไปหาได้ครูบาอาจารย์ และ ผู้ถ่ายทอดที่ดี

จากที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้น ผู้สนใจจะเข้าถึง และ รู้ถึงหลักวิชาแท้จริง เพราะเราได้ครูบาอาจารย์ที่ดี เป็นผู้ถ่ายทอดที่ดี มีคุณธรรม มีความเอาใจใส่ต่อความรู้ความเข้าใจของผู้สนใจศึกษา และ พึงทราบว่า การศึกษาจากการเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ จะทำให้ผู้สนใจเกิดความสับสน และ ไม่เข้าถึงหลักการในวิชาชั้นสูง ยังให้เกิดผลเสียและผลร้ายจากการเข้าใจที่ผิดพลาด ทั้งนี้รวมถึง การที่ได้ครูบาอาจารย์ หรือ ผู้สอน ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า อาจารย์ผู้สอนนั้นจะมีชื่อเสียงมากน้อยเพียงใด แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า เมื่อกล่าวอ้างว่า วิชาต่างๆ เหล่านี้มีผลดีต่างๆ นานา ตามที่สถาบันหรือชมรมต่างๆ แอบอ้างนั้น คือ "เหตุ" ส่วน "ผล" คือ เมื่อผู้สนใจเข้าศึกษาแล้ว สามารถนำไปใช้งานได้จริง เกิดผลตามที่ผู้สอนของสถาบันหรือชมรมต่างๆ นั้น พยายามอ้างหรือไม่? หากไม่ใช่ แสดงว่า ทั้งหมดที่สถาบันหรือชมรมต่างๆ อ้างนั้น ล้วนเป็นเท็จทั้งสิ้น...

 

บทความยอดนิยม Popular Articles

บทความล่าสุด Latest Articles



กรณีที่ท่านมีปัญหาในการเข้าชมเว็บนี้ อันเนื่องมาจากเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) ของท่านเป็นเวอร์ชั่น 6 หรือต่ำกว่า ดังนั้นเพื่อให้เข้าชมเว็บให้ได้อย่างมีอรรถรส กรุณาอัพเดทเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) เป็นเวอร์ชั่น 7 ก่อน สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

หรือทำการติดตั้ง Firefox สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities. Download IE7