พุธ, 24 พฤษภาคม 2017
Home คุยกับซินแส





ดวงจีน ตอนที่ 1



ในคราวที่แล้ว ข้าพเจ้าได้เขียนบทความเกี่ยวกับเคล็ดวิชาของระบบฤกษ์ยาม เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องวัยจรของฤกษ์ยามไว้ ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ที่ผู้สนใจควรทราบเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันนั้น สิ่งสำคัญที่ควรทราบอีกอย่าง ในระบบรูปดวงบุคคล เมื่อใดก็ตามที่ผู้สนใจเข้าศึกษาวิชาดวงจีนจากสถานที่ใดๆ ก็ตาม ควรทราบว่า วัยจร หรือ ถนนชีวิต เป็นสิ่งซึ่งสามารถบอกช่วงดี-ร้ายของบุคคลได้เป็นอย่างดีเยี่ยม เหตุก็เพราะวัยจรนี้แหละ จึงเป็นเครื่องกำหนด ดี-ร้าย เจ็บป่วย สูญเสีย ดี-ชั่ว เสียหาย ประสบความสำเร็จ ล้มเหลว ตกต่ำในตัวของบุคคล ในที่นี้ เราจะกล่าวถึงระบบดวงจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบวิชา “จับเก็งไต่หวบ” คือ 10 แขนงวิชาในหลักอภิปรัชญาจีนชั้นสูง ที่สืบต่อกันมาในราชสำนักจีนมากว่า 5,000 ปี โดยเฉพาะระบบวิชาดวงจีน “เจี่ยโหงวเฮ้ง” คือ ระบบ 5 ธาตุแท้จริง ซึ่งก่อนอื่น จะกล่าวถึงหลักการวิชาดวงจีนชั้นสูง ให้ผู้สนใจได้นำไปสังเกตว่า สถานที่ต่างๆ ที่ท่านเคยไปเรียน/ศึกษานั้น ได้สั่งสอนหลักวิชาไว้ครบถ้วนถูกต้องตามระบบหรือไม่ ฉะนั้น เมื่อใดที่ท่านไปเที่ยวเรียนหลักวิชาดวงจีนชั้นสูง สิ่งที่ท่านควรได้ศึกษาให้แตกฉาน ได้แก่

...

   


     


   


   


1) ปฏิกิริยา วงจรของธาตุทั้ง 5 และ นิสัยประจำธาตุ


2) ต้องทราบที่ไปที่มา ของราศีฟ้า (ราศีบน) ทั้ง 10 ตัว และ ราศีดิน (ราศีล่าง)


3) ต้องทราบที่ไปที่มาของราศีคน (ราศีแฝง) ว่า มีความเป็นมาอย่างไร? ทำไมจึงต้องมีราศีแฝง? แล้วราศีแฝงมาจากที่ใด? หลักการอย่างไร? และ นำมาใช้งานอย่างไร?


4) ต้องสามารถตั้งดวง อันได้แก่ ปี เดือน วัน ยาม ใจ ปฏิสนธิ ลัคนาได้ และ ต้องสามารถทำนายจากหลักต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วได้


5) ต้องเข้าใจปฏิกิริยาของการภาคีว่า ช่วงใดที่มีการภาคีได้ และ ช่วงใดที่ไม่สามารถภาคีได้


6) ต้องเข้าใจการปะทะ (ชง) ของรูปดวง


7) หลักวิชาดวงจีนแท้จริง ไม่มีการนำเอา เฮ้ง ไห่ ผัวะ มาใช้งาน


8) ในห้องเรียนดวงจีนนั้น อาจารย์ผู้สอนดวงจีนดังกล่าวจะต้องมีการทำนายรูปดวงสด คือ มีการเรียกเอาบุคคลผู้เข้าศึกษา ขึ้นมาอย่างน้อย ครั้งละ 3 คน/การเรียน 1 ครั้ง แล้วขอวัน เดือน ปี เกิดเวลาตกฟาก แล้วทำนายรูปดวงสด (โปรดระวังหน้าม้า) หากสถานที่ที่เปิดสอนดวงจีน นำเอารูปดวงของบุคคลที่เป็นที่รู้จักของประชาชน เช่น นักการเมือง ดารา ฯลฯ มาทำนาย อาจเป็นการส่อเค้าว่า ผู้สอนวิชาดวงจีนนั้นไม่มีความรู้วิชาดวงจีนอย่างแท้จริง แต่ที่สามารถทำนายรูปดวงอาจเป็นเพราะไปอ่านประวัติของบุคคลเหล่านี้มาต่างหาก


9) ผู้สอนต้องสอนให้ท่านนำเอาราศีแฝงทุกตัวขึ้นมาทำนายประกอบรูปดวงได้


10) ผู้สอนต้องสอนให้ท่านวิเคราะห์รูปดวง แข็ง ปานกลาง อ่อนได้


11) ผู้สอนต้องสอนให้ท่านหาธาตุสำคัญได้ และ อ่านวัยจร ปีจร เดือนจร ที่เข้ามากระทบรูปดวง


12) ผู้สอนต้องสอนรูปดวงพิเศษทั้งหมด เพราะหลักการของรูปดวงพิเศษมีวิธีการวิเคราะห์ที่แตกต่างจากรูปดวงธรรมดา


13) ผู้สอนต้องสอนให้ท่านพิจารณา ดี-ร้าย และ สามารถทำนายรูปดวง โดยไม่มีการนำเอา จับซิ้ง เช่น ปีเกย เกี๊ยบไช้ ฯลฯ และ สิ่งสัวะ เช่น เทียงเต๊ก อ้วยเต๊ก ฯลฯ มาทำนายดวง


14) ผู้สอนต้องสอนให้ท่านเข้าใจรูปดวงของ กลุ่ม สี่เจี่ย สี่เบ๊ สี่โขว่ รูปดวงไตรภาคี ครึ่งไตรภาคี รูปดวงไตรทิศ ครึ่งไตรทิศ รูปดวงอม


สิ่งที่สามารถบ่งบอกดี-ร้าย ตกต่ำ ย่ำแย่ ความล้มเหลว เจริญรุ่งเรือง สำเร็จ ทั้งอาชีพหน้าที่การงาน และ ชีวิตครอบครัว สุขภาพ นิสัยใจคอ ในแต่ละช่วงชีวิต แต่ละช่วงปี และ ในแต่ละเดือน เรียกว่า “ถนนชีวิต” หรือ วัยจร และ ปีจร เดือนจร สิ่งนี้เป็นเสมือนเส้นพาลาโบล่า หรือ คล้ายกราฟชีวิต ในการอธิบายช่วงชีวิตที่ส่งผลเข้ามากระทบกับรูปดวง ฉะนั้น เมื่อวัยจรของคนเราตกต่ำ ชีวิตก็จะมีแต่ความวุ่นวาย การตัดสินใจก็จะผิดพลาด เสียหาย อาจมีเรื่องเจ็บป่วย เสียเงินทอง คดีความ หรือ อุบัติเหตุไม่คาดฝัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปดวงนั้นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวัยจร การศึกษาวิชาดวงจีน จึงเหมือนเข็มทิศที่ช่วยชี้แนะในการตัดสินใจ แต่ทั้งนี้การเลือกอาจารย์ผู้สอนเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งนี้ยิ่งเป็นเหมือนเข็มทิศ หากได้อาจารย์ที่ผิด ไม่มีวิชาความรู้ที่แท้จริง ก็จะพาหลงทิศหลงทาง หลักวิชาที่ศึกษาก็จะผิดเพี้ยน ฉะนั้น ควรพิจารณาว่า อาจารย์ที่สอนดวงจีนท่านนั้น ศึกษาวิชาดวงจีนมาจากที่ใด สำนักใด ใครเป็นอาจารย์ผู้สอน หากเขาอ้างว่า เป็นผู้ศึกษามาเองจากคัมภีร์โดยไม่มีผู้สอน หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้สอน ข้อนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังความผิดพลาด เนื่องจาก ไม่มีผู้คอยชี้แนะผิดถูก ผู้ศึกษานั้นอาจเข้าใจผิด เห็นสิ่งที่ผิดเป็นถูก เห็นสิ่งที่ถูกเป็นผิด และ อาจสรุปหลักการผิดพลาดตามความเข้าใจของตน ฉะนั้น อาจารย์ประเภทนี้ควรงดเว้น ซึ่งหากการอ่านรูปดวง อ่อน ปานกลาง แข็ง หรือ การหาเอ่งซิ้ง ฮี่ซิ้ง กี่ซิ้ง ฯลฯ ผิดพลาด การอ่านรูปดวงจะผิดเพี้ยน การทำนายรูปดวงจะผิดทั้งหมด ในหลักการขั้นสูงของการอ่านรูปดวงนั้น แบ่งชนิดของรูปดวง ออกเป็น 2 ประเภท คือ


1) รูปดวงปกติ


2) รูปดวงพิเศษ

  • รูปดวงพิเศษของบุคคลทั่วไป
  • รูปดวงพิเศษของบุคคลที่ฟ้าเลือกให้เป็น


การพิจารณาอ่อน แข็ง ปานกลาง ของรูปดวงปกติ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การพิจารณารูปดวงพิเศษทั้ง 2 แบบนั้น เป็นสิ่งที่สอนให้ผู้สนใจ เข้าใจได้ยากมาก ต้องอาศัยความชำนาญ และ ประสบการณ์ในการอ่านรูปดวงมากกว่าแสนดวง จึงจะมีความชำนิชำนาญ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา และ ความวิริยะอุตสาหะ ความเพียรเป็นอย่างสูง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ของคนสมัยนี้ มักมีความสนใจในระยะสั้นๆ อีกทั้ง ข้อมูลที่ได้รับมาถูกบิดเบือน ทำให้ผู้สนใจเข้าใจว่า การศึกษาหลักวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า ดิน คน เป็นของศึกษาให้จบได้ง่ายๆ ในระยะสั้น ซึ่งความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ หลักวิชาอภิปรัชญาจีน อันสืบทอดกันมามากกว่า 5,000 ปี มีเนื้อหา มีเคล็ดวิชา รายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย ยากที่คนทั่วไปที่ศึกษาโดยผิวเผินจะเข้าใจ หรือ รู้ได้อย่างละเอียด ลึกซึ้ง โดยปราศจากครูบาอาจารย์ที่รู้จริงสั่งสอน ตลอดเวลาที่มีการเปิดสอนวิชาดวงจีนทั่วโลก ยังไม่เคยปรากฏว่า มีผู้ใดสามารถอธิบายที่ไปที่มาของราศีแฝง พร้อมประโยชน์ในการนำมาใช้งาน สอนให้ยกเอาราศีแฝงขึ้นมาทำนายได้ คำว่ายกขึ้นมาทำนายนี่ คือ ในแต่ละหลักมีราศีแฝงกี่ตัว ก็ต้องยกขึ้นมาทำนายรูปดวงทั้งหมด ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้สนใจไม่ควรมองข้าม เพราะราศีแฝงนั้นแหละที่สามารถทำนายรูปดวงบุคคลได้อย่างแม่นยำ เฉียบขาด เข้าถึงเบื้องลึกของนิสัยใจคอบุคคลที่ซ่อนไว้ และ อธิบายเหตุการณ์ต่างๆ ที่เข้ามากระทบวัยจร สามารถบอกเหตุการณ์ เรื่องราว ความเจ็บป่วย สูญเสีย ได้เป็นอย่างดี หากไม่นำเอาราศีแฝงขึ้นมาทำนายแล้ว จะมีราศีแฝงไว้เพื่ออะไร


ณ ปัจจุบันนี้ Sages Academy คือ ศูนย์กลางความรู้วิชาการชั้นสูงแท้จริงของอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า คน ดิน ซึ่งแต่ละวิชามีรายละเอียดที่สอดคล้องลงตัว สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้รวมไปถึง ฮวงจุ้ย ฤกษ์ยาม และ ดวงจีน ที่กำลังกล่าวถึงด้วย อีกไม่นานความจริงของหลักวิชา “เจี่ยโหงวเฮ้ง” จะปรากฏขึ้นแก่สายตาผู้สนใจเข้าศึกษา หลักวิชาดวงจีนชั้นสูง ซึ่งยังไม่มีที่ใดในโลกเคยสอน นอกจากการเลียนแบบ และ แอบอ้าง


เพราะรูปดวงบุคคลที่ขึ้น-ลง ด้วยอำนาจผลกระทบที่เกิดจากวัยจร ปีจร ทำให้เมื่อเวลาที่มีการพิจารณาการปรับแต่งแก้ไขฮวงจุ้ย จึงต้องอาศัยการพิจารณารูปดวงบุคลทั้งหมด การใช้แค่ดิถี หรือ ปีเกิด เป็นสิ่งหยาบกระด้าง ไม่ใช่หลักวิชาสำหรับคนเป็น (เอี่ยงแทะ) ที่แท้จริง เมื่อบุคคลยังมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวก-ลบ ต่อพลังงานของโลก กล่าวคือ ยังมีชีวิตอยู่นั้น ในรูปดวง ไม่ว่าจะเป็น ดวงข่วย หรือ ดวงจีนเจี่ยโหงวเฮ้ง ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการพิจารณา ปี เดือน วัน ยาม ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะนำมาใช้การพิจารณาการจัดฮวงจุ้ย หรือ การนำมาพิจารณาหาฤกษ์ยามในการปรับแต่งแก้ไข หาช่วงเวลาที่มีความสัมพันธ์กับบุคคล และ สถานที่นั้นๆ การนำเพียงดิถี หรือ ปีเกิดมาใช้ เป็นกฏที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับระบบอิมแทะ คือ ระบบที่ใช้ร่วมกับคนตาย เพราะวัยจร และ รูปดวงนั้นๆ ไม่มีสภาพ หมดอำนาจในการส่งเสริมต่อตัวของบุคคล ฉะนั้น จากบ่อเก็ก (ความว่าง) วิ่งไปหาไท้เก็ก (อิม-เอี้ยง/ความมีสองขั้ว ที่สมดุล) จากไท้เก็ก วิ่งไปหาเหลี่ยงงี้ (สรรพสิ่ง) สรรพสิ่งทั้งหลายก็ต้องกลับไปสู่ความว่าง หรือ ความไม่มีอีก นี่เป็นวัฎจักรของธรรมชาติ ผู้สนใจศึกษาศาสตร์อภิปรัชญาจีนทั้งหมดทุกคน ควรเข้าใจว่า ศาสตร์ดังกล่าวนี้ ล้วนมีความสอดคล้องกับธรรมชาติทั้งหมด ทั้งดวงจีน ฤกษ์ยาม และ ฮวงจุ้ย โดยมี อิม-เอี้ยง (ไท้เก็ก) เป็นสิ่งที่คอยควบคุม เมื่อใดก็ตามที่สภาพความเป็นเอี้ยงหนักแน่น และ หนักหน่วงมากเกินไป ธรรมชาติจะสร้างเอี้ยงในอิมขึ้นมาทำลายล้างความเป็นเอี้ยงที่หนักหน่วงนั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อใดที่มนุษย์เข้าสู่ความเจริญสูงสุด ธรรมชาติก็จะสร้างปรากฏการณ์แผ่นดินไหว สร้างพายุ สร้างสึนามิ ขึ้นมาทำลายล้าง ความเป็นเอี้ยงนั้น ในทางกลับกัน มนุษย์ก็สร้างความเป็นอิมในเอี้ยง ขึ้นมาทำลายล้างความเป็นอิมสูงสุดของธรรมชาติ ด้วยการทำลายธรรมชาติ ป่าไม้ ผืนดิน แต่สรรพสิ่งย่อมถูกควบคุมโดยความสมดุล คือ อิม-เอี้ยง เช่นกัน ในรูปดวงบุคคล ฤกษ์ยาม และ ฮวงจุ้ย ก็มีส่วนที่ถูกซ้อนทับอยู่ในความเป็นอิมสูงสุด หรือ เอี้ยงสูงสุด เมื่อใดที่บุคคลมีความรุ่งโรจน์ขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งดวงชะตาที่สอดคล้องกับปีจร และ วัยจรที่คอยสนับสนุน ตัวของมนุษย์นั่นแหละที่ทำลายตนเอง ปฏิบัติตนผิดพลาด ใส่ร้ายผู้ไม่มีความผิด ทำลายล้างผู้อื่นด้วยเจตนาเพื่อให้ตนเป็นหนึ่งเดียวด้วยผลประโยชน์ที่รู้อยู่แก่ใจนั้น เพราะความอิจฉาริษยาอันร้อนแรง ความทะเยอทะยาน เหย่อหยิ่งจองหอง ถือตัว การยกตนข่มผู้อื่นโดยไม่คู่ควร ไม่มีความนอบน้อมถ่อมตน ทำลายครูบาอาจารย์ของตน ความร้ายกาจอันนี้มีผลกระทบสะท้อนกลับ แต่จะยังไม่ส่งผลกลับไปหาผู้นั้นทันที ตราบจนเมื่อวัยจรเดินเข้าช่วงทำลายตน เหตุการณ์ทั้งหลายจะพลิกกลับ การตัดสินใจที่คิดว่าถูกจะย้อนกลับมาทำลายล้างทำตนเองย่อยยับเสียหาย เพราะจะเกิดความผิดพลาดจนไม่มีทางแก้ คล้ายกับการทำลายล้างของธรรมชาติ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าพบว่า “บุคคลผู้มีวัยจรที่เสียหาย คือ วัยจรที่เดินในทางทำลายล้าง จะมีเรื่องเสียหาย หรือ ล้มละลาย เจ็บป่วย อาจถึงขั้นตาย หรือ อาจมีคดีความร้ายแรง เกิดขึ้นแก่คนผู้นั้นแน่นอน” ณ วันนี้ ท่านผู้สนใจศึกษาศาสตร์อภิปรัชญาจีน ตรวจดูดวงชะตาของท่านบ้างหรือยังว่า วัยจรที่เดินเข้ามากระทบรู้ดวงของท่าน เข้ามาสนับสนุน หรือ เข้ามาทำลาย ไม่แน่ว่าที่ท่านเห็นว่า เป็นลาภ เป็นไช้ อาจกลายเป็น 财生煞 ไช้แซสัวะ หรือ ลาภแปลงร่างเกิดเป็นวิบากทำลายล้างตนก็เป็นได้ ขอให้ผู้สนใจกลับไปศึกษา อิม-เอี้ยง ให้แตกฉาน เมื่อใดก็ตามที่ท่านเข้าใจ อิม-เอี้ยง ท่านจะเข้าใจหลักวิชาอภิปรัชญาจีนทุกแขนง



อ่านบทความคุยกับซินแสทั้งหมด >>> คลิ๊กที่นี่

 

บทความยอดนิยม Popular Articles

บทความล่าสุด Latest Articles



กรณีที่ท่านมีปัญหาในการเข้าชมเว็บนี้ อันเนื่องมาจากเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) ของท่านเป็นเวอร์ชั่น 6 หรือต่ำกว่า ดังนั้นเพื่อให้เข้าชมเว็บให้ได้อย่างมีอรรถรส กรุณาอัพเดทเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) เป็นเวอร์ชั่น 7 ก่อน สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

หรือทำการติดตั้ง Firefox สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities. Download IE7